วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัด


แบบฝึกหัดที่ 1
บทที่ 1 : แนวคิดและแนวโน้มเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศยุคใหม่    กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน         รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นายจิรายุส  ศรีทอง           รหัส : 57011212015

จงเติมในช่องว่างว่าข้อใดเป็นข้อมูล หรือสารสนเทศ

1.ข้อมูลหมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ เช่น คน สัตว์  สิ่งของสถานที่ฯลฯ โดยอยู่ในรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผล ซึ่งข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญลักษณ์ใด ๆ ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นจริงและต่อเนื่องตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชื่อนักเรียน  เพศ  อายุ เป็นต้น 

2.ข้อมูลปฐมภูมิคือ สารสนเทศที่ได้มาจากต้นแหล่งโดยตรง เป็นสารสนเทศทางวิชาการ ผลของการศึกษาค้นคว้า วิจัย รายงาน การค้นพบทฤษฎีใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ซึ่งนำไปสู่การยอมรับเป็นทฤษฎีใหม่ที่เชื่อถือได้ สารสนเทศประเภทนี้มักจะถูกถ่ายทอดออกมาในลักษณะสิ่งพิมพ์ และการถ่ายทอดสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์

ยกตัวอย่างประกอบ การถ่ายทอดทางสิ่งพิมพ์วารสาร รายงานการวิจัย รายงานการประชุมและสัมมนา วิชาการ และการถ่ายทอดสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วารสารอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

3.ข้อมูลทุติยภูมิคือ เป็นแหล่งของข้อมูลที่ได้จากรายงาน หรือถ่ายทอดมาจากข้อมูลชั้นต้น หรือนำข้อมูลปฐมภูมิมาสังเคราะห์และเรียบเรียงขึ้นใหม่

ยกตัวอย่างประกอบ หนังสือทั่วไป หนังสือตำรา หนังสือคู่มือการทำงาน รายงานความก้าวหน้าทางวิทยาการ บทคัดย่องานวิจัย บทวิจารณ์หนังสือ วารสารสาระสังเขป เป็นต้น

4.สารสนเทศหมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ หรืออาจกล่าวได้ว่า สารสนเทศ เกิดจากการนำข้อมูล ผ่านระบบการประมวลผล คำนวณ วิเคราะห์และแปลความหมายเป็นข้อความที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ 
5.จงอธิบายประเภทของสารสนเทศการจำแนกประเภทสารสนเทศได้มีการจำแนกออกเป็น  ตามแหล่งสารสนเทศและตามสื่อที่จัดเก็บดังนี้ คือ 
       1.สารสนเทศจำแนกตามแหล่งสารสนเทศ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามการรวบรวมหรือจักทำกับสารสนเทศ  จำแนกได้ดังนี้
                       1.1แหล่งปฐมภูมิ (Primary Source)
                       1.2แหล่งทุติยภูมิ (Secondary Source)
                       1.3แหล่งตติยภูมิ (Tertiary Source)
        2.สารนสเทศตามแล่งที่จัดเก็บ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามชนิดของสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ได้แก่ กระดาษ วัสดุย่อส่วน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อแสง

6.ข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลขข้อความรูปภาพเสียงคือ ข้อมูล
7.ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็น ทุติยภูมิ
8.ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคนเป็น ข้อมูล
9.ผลของการลงทะเบียนเป็น ข้อมูล
10.กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวันSectionวันอังคารเป็น ข้อมูล

                ----------------------------------------------------------------------------------------

แบบฝึกหัดที่ 2
บทที่ 2 : บทบาทสารสนเทศกับสังคม      กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน         รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นายจิรายุส  ศรีทอง           รหัส : 57011212015
1. ให้นิสิตหารายชื่อเว็บไซต์ หรือเทคโนโลยีที่ให้บริการต่างๆ ตามหัวข้อเหล่านี้มาอย่างละ 3 รายการ
1.1  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา
1. https://sites.google.com/site/krunoptechno/kar-prayukt/kar-prayukt-dan-kar-suksa
2. http://meteepigulthong.wikispaces.com/การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา
3. http://www.csjoy.com/story/net/tne.htm
1.2  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน
            1.http://www.moc.go.th
            2.http://www.goonline.in.th
            3.http://www.tarad.com 
1.3  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน
             1.http://www.manager.co.th
             2.http://www.thaitv3.com
             3.http://www.seedmcot.com
1.4  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม
            1.http://www.industry.go.th
            2.http://www.thairung.co.th 
            3. http://www.carryboy.com

1.5  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์
            1.  http://www.dmsc.moph.go.th
            2.  http://www.niems.go.th 
            3.  http://www.worldcommunitygrid.org
1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ
           1.http://www.rtsd.mi.th 
           2.http://www.navy.mi.th
           3.http://www.rtaf.mi.th
1.7  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม
           1.http://www.coe.or.th 
           2.http://www.tumcivil.com
           3.http://www.thaiengineering.com
1.8  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรม
           1. http://www.thairung.co.th/
           2. http://www.carryboy.com
           3.http://www.industry.go.th/
1.9  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่างๆ
           1. เว็บไซต์มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ   www.fwc1954.org/index1.html
           2. เว็บไซต์ศูนย์สื่อการศึกษาเพื่อคนพิการ    www.braille-cet.in.th/
           3. เว็บไซต์มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย   www.tddf.or.th/
2. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง บอกมาอย่างน้อย 3 อย่าง
                1. เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย www.msu.ac.th 
                2. เว็บไซต์การลงทะเบียน http://reg.msu.ac.th/registrar/login.asp
                3.เว็บไซต์สำนักวิทยบริการ www.library.msu.ac.th

 3. ข้อ 2  จงวิเคราะห์ว่าท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองยังไงบ้าง
             1.ใช้ระบบจากอินเตอร์เน็ต หรือ อีเลกทรอนิกส์ใช้ในการทำงานให้มากที่สุด           
             2.นำมาใช้เป็นระบบสื่อสารได้ และเป็นแบบแผนในการทำงานได้
             3.สะดวกในการทำงาน และรวดเร็วในการในการค้นหาข้อมูลต่างๆ
                ----------------------------------------------------------------------------------------
แบบฝึกหัดที่ 3
บทที่ 3 : การรู้สารสนเทศ      กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน      รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นายจิรายุส  ศรีทอง         รหัส : 57011212015
คำชี้แจง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ
                ก.ความสามารถในการกลั่นกรองและประเมินค่าสารสนเทศที่หามาได้
                ข.ความสามารถในการตัดสินใจใช้สารสนเทศรูปแบบต่างต่าง
                ค.ความสามารถของบุคคลในการสืบค้นและพัฒนาสารสนเทศ
                ง.ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง  ประเมิน  และการใช้งานสารสนเทศ
ตอบ ข้อ ง.
2.จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ  ประการไหนสำคัญที่สุด
               ก.ความสามารถในกรตระหนักว่าเมื่อใดต้องการสารสนเทศ
               ข.ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
               ค.ความสามารถในการประมวลผลสารสนเทศ
               ง.ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ตอบ ข้อ ง.
3.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ
              ก.สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
              ข.สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนินชีวิต
              ค.ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม
              ง.ใช้คอมพิวเตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้
ตอบ ข้อ ค.
4.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ
                ก. โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น
                ข.ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
                ค.สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว  จนยากที่จะเข้าถึง
                ง.ช่วยบุคคลเป็นผู้มีศักยภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ตอบ ข้อ ค.
5.ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง
                 1.ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
                 2.ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
                 3.ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
                 4.ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
                 5.ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงต้องการสารสนเทศ
              ก. 1-2-3-4-5        ข.2-4-5-3-1 ค.5-4-1-2-3       ง.4-3-5-1-2
ตอบ ข้อ ค.

                ----------------------------------------------------------------------------------------

แบบฝึกหัดที่ 4
บทที่ 4 :  เทคโนโลยีสารสนเทศ    กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน      รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นายจิรายุส  ศรีทอง         รหัส : 57011212015
1.ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน
1.1 การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล         จานแสงหรือจานเลเซอร์  ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ  กล้องดิจิตัล  กล้องถ่ายวีดีทัศน์และเอกซเรย์
1.2 การแสดงผล   เครื่องพิมพ์ จอภาพ พล็อตเตอร์
1.3 การประมวลผล     เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์
1.4 การสื่อสารและเครือข่าย   โทรทัศน์   วิทยุกระจายเสียง โทรเลข  ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะใกล้ ระยะไกล
2. ให้นิสิตนำตัวเลขใช่องขวา  มาเติมหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความสัมพันธ์กัน

3  ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1. ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล
2   Information Technology
2. e-Revenue
1   คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3. เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
6   เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ Sender Medium และDecoder
10   ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการททำงาน
5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย
8   ซอฟต์แวร์ระบบ
6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
9   การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความสามารถ
7. โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์
7    EDI
8. โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท
2    การสื่อสารโทรคมนาคม
9. CAI
5   บริการชำระภาษีออนไลน์
10. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ


                ----------------------------------------------------------------------------------------
แบบฝึกหัดที่ 5
บทที่ 5 :  การจัดการเทคโนโลยี   กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน      รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นายจิรายุส  ศรีทอง     รหัส : 57011212015


คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.       จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ
ตอบ    การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ สารสนเทศโดยจัดให้มีระบบสารสนเทศ การกระจายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ โดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมาใช้ในการจัดการ รวมทั้งมีนโยบาย หรือ กลยุทธ์ระดับองค์การในการจัดการสารสนเทศ
2.       การจัดการสารสนเทศมีความสําคัญต่อบุคคลและต่อองค์การอย่างไร
ตอบ  การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อบุคคลในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษา และการทำงานประกอบอาชีพ ต่างๆ การจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบ โดยการจัดทำฐานข้อมูลส่วนบุคคล รวบรวมทั้งข้อมูลการดำรงชีวิต การศึกษา และการทำงานประกอบอาชีพต่างๆ ในการดำรงชีวิตประจำวัน บุคคลย่อมต้องการสารสนเทศหลายด้านเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น มีความก้าวหน้า และมีความสุข
3.       พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง
ตอบ   แบ่งอย่างกว้างๆได้เป็น 2 ยุค
         -  การจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ
         - การจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์
4.       จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1. โทรศัพน์
         2. คอมพิวเตอร์
         3. หนังสือการ์ตูน

                ----------------------------------------------------------------------------------------
แบบฝึกหัดที่ 6
บทที่ 6 :  การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน    กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน      รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นายจิรายุส  ศรีทอง         รหัส : 57011212015
คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว1. การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
    1. เทคโนโลยีสารสนเทศ    2. เทศโนโลยี    3. สารสนเทศ    4. พัฒนาการ
ตอบ ข้อ 2
2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?
   1. ควบคุมเครื่องปรับอากาศ   2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล   3. การสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน   4. การพยากรณ์อากาศ
ตอบ ข้อ 2
3. การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
   1. ระบบอัตโนมัติ   2. เปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย   3. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่างๆ   4. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ตอบ ข้อ 1
4. ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. ระบบการโอนถ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์   2. บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต   3. การติดต่อข้อมูลทางเครือข่าย   4. ถูกทุกข้อ
ตอบ ข้อ 4
5. เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?
   1. การประยุกต์เอาความรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์
   2. ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี   3. การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างข้อมูลเพิ่มให้กับสารสนเทศ   4. การนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล
ตอบ ข้อ 1
6. เครื่องมือที่สำคัญในการในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
   1. เทคโนโลยีการสื่อสาร   2. สารสนเทศ   3. คอมพิวเตอร์   4. ถูกทุกข้อ
ตอบ ข้อ 4
7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน   2. เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน หรือสอบถามผลสอบได้   3. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้บุคคลทุกระดับติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว   4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ
ตอบ ข้อ 4
8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
   1. เครื่องถ่ายเอกสาร   2. เครื่องโทรสาร   3. เครื่องมินิคอมพิวเตอร์   4. โทรทัศน์ วิทยุ
ตอบ ข้อ 4
9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานธุรกิจ   2. พัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และการสื่อสาร   3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์   4. จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ตอบ ข้อ 3
10. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
   1. ตรวจสอบผลการลงทะเบียน ผลการสอบได้
   2. สามารถสืบค้นข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ทั่วโลกได้   3. ติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ครู อาจารย์ หรือส่งงานได้ทุกที่
   4. ถูกทุกข้อ
ตอบ ข้อ 4                ----------------------------------------------------------------------------------------

แบบฝึกหัดที่ 7
บทที่ 7 : ความปลอดภัยของสารสนเทศ     กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน      รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นายจิรายุส  ศรีทอง         รหัส : 57011212015
คำชี้้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์ (Firewall) คือ
    ตอบ   เ ป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายภายใน (Internet) โดยป้องกันผู้บุกรุก (Intrusion) ที่มาจากเครือข่ายภายนอก (Internet) หรือเป็นการกำหนดนโยบายการควบคุมการเข้าถึงระหว่างเครือข่ายสองเครือข่าย โดยสามารถกระทำได้โดยวิธีแตกต่างกันไป แล้วแต่ระบบ

2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ worm , virus computer, spy ware, adwareมาอย่างน้อย 1 โปรแกรม
   ตอบ   เวอร์ม (Worm)
          เวอร์มหรือมาโครไวรัส (Macro Virus) หมายถึงโปรแกรมซึ่งเป็นอิสระจากโปรแกรมอื่น ๆ โดยจะแพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ที่อยู่บนเครือข่ายการแพร่กระจายจะคล้ายกับตัวหนอนที่เจาะไซหรือซอกซอนไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ และแพร่พันธุ์ด้วยการคัดลอก (Copy) ตนเองออกและส่งต่อผ่านเครือข่ายออกไป

3. ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง            
      ตอบ    Application viruses และ System viruses
              1) Application viruses จะมีผลหรือมีการแพร่กระจายไปยังโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ อาทิเช่น โปรแกรมประมวลผลคำ (Word Processeng) หรือโปรแกรมตารางคำนวณ เป็นต้น การตรวจสอบการติดเชื่อไวรัสชนิดนี้ทำได้โดยดูจากขนาดของแฟ้ม (File size) ว่ามีขนาดเปลี่ยนไปจากเดิมมาน้อยแค่ไหน ถ้าแฟ้มมีขนาดโตขึ้น นั่นหมายถึงแฟ้มดังกล่าวอาจได้รับการติดเชื้อจากไวรัสชนิดนี้แล้ว
              2) System viruses ไวรัสชนิดนี้จะติดหรือแพร่กระจายในโปรแกรมจำพวกระบบปฏิบัติการ Operating systems) หรือโปรแกรมระบบอื่น ๆ โดยไวรัสชนิดนี้มักจะแพร่เชื้อในขณะที่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

4. ให้นิสิตอธิบายแนวทางในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มาอย่างน้อย 5ข้อ
ตอบ  1. มีการกำหนดสิทธิให้ผู้ใช้ระบบเข้าใช้ระบบในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น
  2.  องค์กรอาจมีการนำอุปกรณ์ตรวจจับทางชีวภาพ (Biometric devices) มาใช้ในการควบคุมการเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์
  3.  มีการเข้ารหัสข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์
  4. องค์กรควรมีการดูแลและการตรวจตราข้อมูล แฟ้มข้อมูล รวมถึงการสำรองแฟ้มข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์รวมถึงระบบเครือข่าวอย่างสม่ำเสมอ
  5.  การเก็บข้อมูลหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา(Log files)

5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ได้แก่
 ตอบ      1) ICT Gate Keeper เฝ้าระวังพิษภัยอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายและวงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (Gateway) พัฒนาซอฟต์แวร์นี้โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ดำเนินการเพื่อเฝ้าระวังปิดกั้นข้อมูบไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง
             2) House Keeper ซึ่งจัดทำเป็นแผ่นซีดีรอม และแจกฟรีให้กับผู้ปกครองหรือดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของกระทรวง โปรแกรมนี้จะมี 3 ส่วน
                     - ส่วนแรก คิดดี้แคร์ ปิดกั้นเว็บไซต์อนาจารและเว็บที่ไม่เหมาะสมที่กระทรวงไอซีที มีข้อมูลคาดว่าจะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง
                     - ต่อมาเป็นส่วนพีเพิลคลีน ติดไอคอนไวที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะคลิกเข้าไปเมื่อพบภาพลามกอนาจาร ประชาชนจึงสามารถเข้ามามีบทบาทช่วยเฝ้าระวังภัยได้เช่นกัน
                     - ส่วนสุดท้าย สมาร์ทเกมเมอร์ (Smart Gamer) แก้ปัญหาการติดแกม และควบคุมการเล่นเกมของเด็ก ๆ ผู้ปกครองจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาของการเล่นเกมและช่วยดูแลเรื่องความรุนแรงของเกม แต่ละส่วนนี้คงต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา

              ----------------------------------------------------------------------------------------
แบบฝึกหัดที่ 8
บทที่ 8 : การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม     กลุ่มเรียนที่ : 3
รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน      รหัสวิชา : 0026008
ชื่อ-สกุล : นายจิรายุส  ศรีทอง         รหัส : 57011212015
คำชี้แจง จงพิจารณากรณีศึกษานี้
1) “นาย A ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ โดยทำการระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย B ที่ เป็นเพื่อนสนิทของนาย A ได้นำโปรแกรมนี้ไปทดลองใช้แกล้งนางสาว C เมื่อนางสาว C ทราบเข้าก็เลยนำโปรแกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลอง” การกระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมาย ใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย  
ผิดจริยธรรมและผิดกฎหมายทางด้านการละเมิดลิขสิทธิ์ของนาย A ผิดในแง่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนเป็นลูกโซ่เป็นผลเสียทั้งต่อด้านตนเองและสังคม
2) “นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ อีกทั้ง รูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย K เป็นนักเรียน ในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย J” การ กระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย  
ผิดจริยธรรมแต่ไม่ผิดกฎหมายเพราะ นาย J แค่ต้องการทำเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นและไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ ไม่ได้คิดจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน แต่การกระทำดังกล่าวของนาย J นั้น ส่งผลให้นาย K ได้รับข้อมูลที่ไม่เป็นจริงทำให้เข้าใจผิดถือว่านาย J ผิดจริยธรรมด้านความถูกต้องและความจริง

รู้จัก AuroraCyan

เกรินสักเล็กน้อย


     ''ขอบอกเลยครับ ว่า ฝึกครับ ฝึกทุกวันครับ ที่ผมวาดได้ขนาดนี้ ผมวาดเป็น พันๆ แผ่นแล้วน่ะครับ คุณอย่างคิดว่า มันเปนเรื่องง่าย ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะวาดได้ถูกต้อง ถูกสัดส่วน มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ มันเปนเรื่องใกล้ตัวของเราน่ะครับ คุณอยากวาดคนเป็น คุณก็ส่องกระจกแล้วลองวาดดูสิครับ''


(หน้าตาคนเรียบเรียงบทความ แม่ง อย่างโจร 55555)

ผมชื่อ เจมส์
อายุ 18 แล้ว
วาดภาพแบบจริงจังได้ 2 ปีแล้วครับ
ผมเรียบเรียงบทความนี้ เอาไว้ส่งอาจารย์ที่มหาลัยครับ ฮ่าๆๆๆ

ฝากถึงอาจารย์
ผมขอโทดจริงๆที่ส่งเลตมากๆ ฮ่าๆๆ ผมต้องวาดเองทั้งหมด ในบทความนี้ ผมกะว่าจะลงคลิปด้วยน่ะ แต่ว่าบัญชีผมโดนระงับเพราะไปละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมอัดคลิป (ผมไป crack เอา 55555 ) ผมไม่ได้อ้างเพื่ออยากได้คะแนนเพิ่มนะ แต่ผมอยากให้รู้ไว้เฉยๆ ;w; !!!

FULL CG


อันนี้เป็นบทความของน้อง rainy น่ะครับ 

พูดถึง 
SAI การใช้งานคล้ายกับ photoshop   
แต่ในส่วนของบรัชนั้นในความเห็นส่วนตัวรู้สึกว่าปาดเนียนแล้วก็เกลี่ยง่ายดี  ซึ่งท่านที่ใช้ photoshop คล่องแล้วก็คิดว่าปรับลักษณะบรัชในช็อปให้ออกมาได้สวยไม่แพ้กันเลย   (แต่แน่นอนว่านังเรนนี่ทำไม่ได้ จึงถูกใจ SAI เป็นพิเศษ...ฮา)  

ก่อนอื่นมารู้จัก brush ใน SAI กันอย่างคร่าวๆก่อน 
พอเราคลิ๊กเลือกเครื่องมือ brush ปุ๊บ ก็จะมีเจ้าพวกนี้ขึ้นมาให้สลอนเลย


 


ส่วนที่ทำไฮไลท์ไว้เป็นส่วนที่เราปรับบ่อยๆ  ส่วนอันอื่นที่ไม่ได้ระบุเราไม่ค่อยได้ใช้  (แต่ลองไปเล่นดูก็สนุกดีนะคะ)  

ทีนี้เจ้าแถบที่ไฮไลท์สีฟ้า ที่บอกว่า “ปรับลักษณะของ brush   คิดว่าเป็นส่วนที่น่าสนใจ แล้วก็รู้ไว้คร่าวๆน่าจะช่วยให้ลงสีได้อย่างใจมากขึ้น  (แต่นังเรนนี่ก็ยังคงมึนๆกับพวกนี้เหมือนกันค่ะ  เพราะงั้นเอาจากประสบการณ์ละกันนะคะ  ใช้อ้างอิงอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น)


 *Color blending

เป็นการตั้งค่าว่าจะให้สีสองสี(หรือมากกว่า) กลืนกันไปแค่ไหนค่ะ  ยิ่งค่ามากสีก็จะกลืนกันไปมาก เปรียบเทียบที่ค่า color blending ต่างกัน โดยใช้สีสองสีเหมือนกัน(คือม่วงและส้ม) โดยที่การตั้งค่าอื่นๆเหมือนกัน

   


*Opacity mix

ตั้งค่าระดับความโปร่งของ brush  ในการปาดสีแต่ละครั้งจะโปร่งมากโปร่งน้อยแค่ไหน 
ยิ่งค่ามากสีก็จะยิ่งโปร่งๆ เปรียบเทียบดู  ทั้งสองส่วนใช้บรัชอันเดียวกัน สีเดียวกัน แต่ค่า opacity mix ต่างกันค่ะ
  


*Color spread 

อันนี้แปะภาพเปรียบเทียบก่อนนะคะ


 

ทั้งสองภาพเกิดจาก 
1.)  ปาดสีม่วงไว้ก่อน ครั้ง 
2.) ปาดสีส้มโดยจุดที่เริ่มปาดเป็นบริเวณใกล้ๆกับสีม่วงเดิม(แต่ไม่ได้แตะกัน) แล้วลากมาทับสีม่วงในตอนแรก

 จะเห็นว่าที่ค่า color spread ต่ำๆ สีส้มจะยังคงสีของตัวเองไว้ได้มากกว่าค่ะ  ส่วนที่ค่าสูงๆ จะโดนสีม่วงซึ่งอยู่ใกล้เคียงกลืนไปมากกว่า ประมาณนั้นค่ะ   อาจจะอธิบายมึนๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ต้องไปลองปรับเล่นดูเนาะ


 

จบเรื่อง brush คร่าวๆ ทีนี้มาเข้าเรื่องการลงสีกันเน้อ

 พอเปิดลายเส้นมาใน SAI แล้ว  ก็จัดการตั้ง mode ของลายเส้นที่เราเอาเข้ามาให้เป็น multiply เพราะภาพนี้จะใช้วิธีลงสีแบบให้เส้นอยู่บนสุดค่ะ  ส่วนเลเยอร์ที่ลงสีจะซ้อนๆกันอยู่ข้างล่าง  

  

ในที่นี้สร้างเลเยอร์ที่จะกำหนดสีแบ๊กกราวด์คร่าวๆขึ้นมาก่อนค่ะ (คือเจ้าอันที่ตั้งชื่อว่า bg-color1 ในภาพข้างบนนั่นเอง) 


  
คร่าวๆว่าจะให้ออกมาเป็นต้นไม้ ท้องฟ้า และพื้นหญ้า



ซึ่งว่ากันในทางปฏิบัติแล้ว นังเรนนี่เลือกสีไม่ค่อยเป็น  เพราะงั้นพอมีสีแบ๊กกราวด์ไกด์ไว้สักหน่อย จะได้เลือกสีของตัวละครได้ง่ายขึ้นว่าเหมาะรึยัง  (แต่ถึงเวลาจริงๆก็ทำไม่ค่อยจะได้...ฮา)  

จากนั้นจะเริ่มลง “สีพื้น” ของตัวละครกันนะคะ  ยังไม่ต้องลงน้ำหนักอะไรทั้งนั้น  สีพื้นเรียบๆโลด! 

 

โดยที่เราถนัดจะชอบลงสีผิวก่อน  ก็สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา ตั้งชื่อให้เรียบร้อย



 

ความโชคดีส่วนหนึ่งของภาพนี้ แม้จะมีตัวละครเยอะ แต่สังเกตว่าส่วนที่ต้องเป็น “ผิว” ของทุกคน ไม่ต่อกันเลย  เพราะงั้นก็จะลงสีพื้นของผิวทุกคนโดยจับยัดไว้ในเลเยอร์เดียวเพื่อไม่ให้คอมเหนื่อย  ในขณะที่เวลาจะปรับสีก็ยังสามารถเลือก selection ทีละส่วนของตัวละครแต่ละตัวได้ง่ายค่ะ 
 ว่าแล้วก็จัดการเลย  ยังไม่ต้องกังวลเรื่องแสงเงา  ขั้นตอนนี้เราจะลงแค่สีพื้นไปก่อน


 

(เพิ่งรู้ตัวว่าแคปภาพตรงโกคุมาเยอะกว่าคนอื่น  ไม่รู้ตัวจริงๆค่ะ  มือมันไปเอ๊งงงง)

ระหว่างที่ลงสีของแต่ละคนก็คำนึงถึงสีผิวของตัวละครด้วยค่ะ ว่าคนไหนผิวขาวผิวดำ  ก็ลองเลือกดู แต่ไม่ต้องเครียดจนเกินไปค่ะ  ลงพลาดเข้มไปอ่อนไป เรายังสามารถปรับภาพได้ตลอดการทำงาน (นี่ละเนอะข้อดีของการลงสีคอม)


 

 สังเกตว่าสีผิวของคุณแรมโบ้ กับยามาโมโตะคุงก็คนละสีกันเนอะ


 


อย่างเช่นภาพนี้ค่ะ



 

 เพราะงั้นผิวคุณแรมโบ้ที่เกินมาก็ไม่ต้องไปเสียเวลาลบมัน  ปล่อยเอาไว้อย่างนั้นเอง(แต่บางทีด้วยความเคยชินก็เผลอจัดการขอบซะเรียบร้อย..เอิ๊ก...ก็ดี) 

ลงสีพื้นของผิวเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาเป็นประมาณนี้



  หลังจากนั้นมาต่อกันที่สีพื้นของผม เช่นเดียวกับผิว  โชคดีที่ไม่มีส่วนที่เชื่อมต่อกันระหว่างผมของแต่ละคน  เพราะงั้นก็จะใช้เลเยอร์เดียวเหมือนกัน 
สร้างเลเยอร์ใหม่  โหมดยังคงเป็น normal ตั้งชื่อให้เรียบร้อย แล้วก็ลงมือโลดค่ะ สีที่เลือกใช้ก็จะเป็นสีกลางๆสำหรับผมของแต่ละคน 


(เริ่มจากก๊กคุงก่อนอีกแล้ว  เดาว่าเพราะอยู่คนแรกทางซ้ายมือค่ะ  ไม่ได้ลำเอียงเลยจริงจริ๊ง)
 ในการลงสีตรงส่วนนี้  เราถนัดแบบเอาบรัชปาดๆไปก่อน  แล้วค่อยตามเก็บขอบทีหลัง  เลือกใช้ยางลบโดยตั้งค่า หัวคมสุด แล้วก็ min size เป็น 0% (แบบรูปข้างล่าง) ก็จะเก็บรายละเอียดตรงซอกมุมได้สะดวกดีล่ะ


 


แต่อันนี้ก็แล้วแต่ความถนัดและความเหมาะสมของพื้นที่ที่จะลงสีนะคะ  อย่างบางที่ถ้าเส้นครบวงดี เป็นพื้นที่ปิดก็อาจจะใช้ magic wand สร้าง selection แล้วเทสีมันไปเลย 

 หรือจะสร้าง selection ขึ้นมาเองในลักษณะเหมือนการปาดสี  แล้วค่อยเทสีก็สะดวกดี
ซึ่ง SAI ก็มีให้ทำได้ง่ายๆ โดยเลือกเครื่องมือ selection แล้วก็ลงมือปาดๆๆได้เลย


 


สังเกตว่าปรับค่าของหัวปากกาที่ใช้ปาดได้คล้ายๆ พวก pen เลยด้วยล่ะค่ะ
หลังจากนั้นก็คลิกที่เครื่องมือ marquee หรือ lasso ข้างบน ก็จะได้ selection มาใช้งาน


 


พอลงสีพื้นของผมเสร็จแล้วก็ออกมาประมาณนี้


 


 


ในส่วนของสีพื้นของเสื้อผ้าก็ใช้วิธีเดียวกัน  แต่อันนี้อาจจะต้องแยกเลเยอร์บ้างเพราะมีหลายคนมากแล้วก็มีส่วนที่ติดกันเยอะ  เพื่อให้สามารถลงสีขั้นต่อไปง่ายๆแล้วก็ปรับสีสะดวก ไม่มึน

พอเบ็ดเสร็จออกมาแล้วได้ เลเยอร์ค่ะ  ตามภาพข้างล่างเลย(แต่ลืมแคปมาอันนึง แฮ่ๆ)







 



 จะสังเกตว่าในแต่ละเลเยอร์ไม่มีส่วนของเสื้อผ้าที่ติดกันเลย  เพราะว่าเวลาลงสีต่อๆไปจะไม่ได้เผลอเอาเสื้อผ้าส่วนที่ติดกันมาปนกันมั่ว 


เสร็จแล้วกดดูทุกเลเยอร์พร้อมกัน  ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ


 






ลงสีพื้นเสร็จแล้ว  ขั้นต่อไปก็

ลงเงากันเถอะ 


ก่อนจะเริ่มปาดสีอะไรลงไป  ก่อนอื่นลองมองทั้งภาพ แล้วนึกก่อนว่าแสงเข้ามาจากทางไหนของภาพ

อย่างภาพนี้หนุ่มๆนั่งเล่นกันใต้ต้นไม้  แสงก็น่าจะส่องมาจากทางด้านหลังซึ่งเป็นท้องฟ้า  
เวลาลงเงาจะได้เตือนตัวเองไว้เสมอว่าลงให้เหมาะกับทิศทางของแสง  
(จะว่าไปก็แอบมึนๆบ่อยค่ะ *หัวเราะ*)

ส่วนของเงา จะขอเริ่มจากผิวก่อนนะคะ


 อันดับแรกเราสร้างเลเยอร์ขึ้นมาใหม่ “เหนือต่อ” เลเยอร์สีพื้นของผิว ที่เราเพิ่งลงเสร็จไปเมื่อกี้  ตั้งโหมดยังคงเป็น normalแล้วจัดการติ๊กเครื่องหมายถูกเลือก layer clip

 


สังเกตว่าหน้าเลเยอร์ใหม่ที่เราสร้างขึ้นหลังจากเลือก layer clip แล้ว จะปรากฏแถบสีแดงเล็กๆด้านหน้าค่ะ 

เจ้า layer clip นี้ลักษณะการใช้งานก็จะเหมือน clipping mask ใน photoshop นั่นเอง 
โดยมันจะทำให้เลเยอร์ที่เลือกไว้จะเกาะเอาเลเยอร์ข้างล่างต่อมันอันหนึ่งเป็นสรณะ  โดยสีที่ลงในเลเยอร์ใหม่จะอยู่ในขอบเขตแล้วก็ความเข้มความทึบตามเลเยอร์ที่มันเกาะอยู่ค่ะ ดังนั้นการที่เรามีสีพื้นเรียบๆไว้ ก็จะได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้มากเลย 

ทีนี้เริ่มลงเงากันนะคะ  ในเลเยอร์ที่เพิ่งเลือก layer clip ไปนี่เอง  ใช้สีที่เข้มขึ้นมาจากสีพื้นของแต่ละคน  โดยคิดว่านี่แหละที่จะใช้เป็นสีของส่วนที่ไม่โดนแสง  (แต่ไม่ต้องกังวลกับการเลือกสีมากก็ได้  เพราะเราปรับได้ตลอดเวลา...ฮา)


 

 ในภาพนี้กลัวว่าจะปาดสีเพลินแล้วจะเลยไปโดนสีผิวคนอื่น (ยังจำได้ใช่มั้ยคะว่าเมื่อกี้เราลงสีพื้นของผิวของทุกคนไว้ที่เลเยอร์เดียวกัน)  เลยทำ selection ไว้ด้วย  สบายใจดี 

อย่าลืมคำนึงถึงทิศทางของแสงอยู่เสมอ  อันนี้ไม่รู้จะแนะนำยังไงเพราะว่าก็ยังไม่ค่อยเชี่ยวเหมือนกัน  แต่การสังเกตจากรูปถ่ายจริงๆก็จะช่วยได้เยอะเลยค่ะ

 

 
 ที่เราใช้ส่วนมากจะเป็น water   ให้ความรู้สึกเหมือนเอาน้ำไปป้ายให้สีจางๆมัวๆลงดี 

ทำไปเรื่อยๆค่ะ  ไม่รู้จะเล่ายังไง  เป็นเรื่องของสไตล์การลงสีของแต่ละคน  แต่ถ้าของเราก็จะให้รายละเอียดส่วนต่างๆประมาณนี้ล่ะเนาะ

 

 ลงส่วนที่เป็นเงาๆ ก็เช่นตรงข้างสันจมูก  ตามไรๆผม ด้านข้างของใบหน้าบริเวณขอบๆ  ปลายจมูก หัวตา หัวคิ้ว มุมปาก(ตรงนี้จะทำให้ดูเหมือนยิ้มมุมปากมากขึ้นค่ะ...นังเรนนี่ชอบมาก)

 
 

ในส่วนของข้อต่างๆ และพวกรอยปูดของเส้นเอ็น  ถ้าลงเงาเน้นให้ชัดขึ้นก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบค่ะ  ดูแข็งแรงดี  เพราะว่าเป็นตัวละครผู้ชายด้วยเลยอยากไม่ดูเรียบเนียนซะจนน่าทะนุถนอมเกินไปนัก

 


เสร็จแล้วก็ออกมาเป็นแบบนี้

 

 ทีนี้ถ้าแน่ใจแล้วว่าเงาออกมาโอเค ก็รวมเลเยอร์ของสีพื้นของผิวแล้วก็เงาของผิวได้เลยค่ะ


 
    



ต่อไปเป็นเงาเสื้อผ้า  ใช้วิธีการเดิมเลย คือสร้างเลเยอร์ใหม่เหนือสีพื้นที่จะลง  แล้วเลือก layer clip แล้วก็เริ่มลงสีได้  (เช่นเคย  นังเรนนี่เลือก selection ไว้ก่อนเพื่อความสบายใจด้วยค่ะ)

 อย่างอันนี้กำลังจะลงสีชุดของมุคุโร่ สังเกตว่ามี selection ล้อมรอบอยู่  ส่วนชุดของโกคุ ยามะ และแรมโบ้นั้นไม่ต้องกังวลเพราะอยู่คนละเลเยอร์กัน

 
  แล้วก็ลงสีได้เลยค่ะ  หลักการก็เหมือนเดิม  นึกไว้ว่าแสงมาทางไหน  แล้วเราก็ลงสีด้านที่น่าจะไม่ถูกแสง

 

ระหว่างนี้  เครื่องมือที่ใช้เยอะก็มี Brush , Eraser, แล้วก็ Water 

ขณะที่ลงไปเรื่อยๆ ก็ปรับสีไปเรื่อยๆด้วย 
อันนี้แบบรู้สึกว่าสีชุดมุคุยังไม่ใช่ที่อยากได้ก็เลยปรับซะ


ของ SAI การปรับสีจะใช้ที่  Filter >> Hue/Saturation ค่ะ 

เวลาลงเงาของพื้นที่ใหญ่ๆ  ใช้ brush แล้วบางทีสียังไม่เนียนอย่างใจ  เครื่องมือ water ช่วยได้เยอะเลย  

อันนี้ลงเงาที่เสื้อของคุณพี่  เนื่องจากแสงมาจากด้านหลัง จึงเว้นการลงเงาไว้ตรงขอบๆของแขนเสื้อทั้งสองข้างค่ะ  (หรือว่าเดี๋ยวอาจจะมาลงไฮไลท์เป็นแสงตรงขอบด้านข้างทีหลังก็ได้)

 
  
ส่วนของรีบอร์นนั้น ที่พยายามจะเน้นให้เห็นชัดคือส่วนโค้งของหมวก  (การใช้เครื่องมือ brush , eraser แล้วก็ water ร่วมกันทำให้ขั้นตอนพวกนี้ง่ายขึ้นมากเล้ย)

   

ในส่วนของแผ่นหลังยามาโมโตะ  เนื่องจากว่าหมอนี่เป็นนักกีฬา  ก็อยากจะให้ดูเข้มแข็งสักหน่อย

 
 เวลาลงเงาก็จะพยายามเน้นในส่วนของกระดูกสะบัก  (น่าเอาหัวโกคุไปพิงดี...ฮา)


สรุปขั้นตอนเวลาที่จะลงเงาคร่าวๆของนังเรนนี่ก็ประมาณนี้ค่ะ

   

1.) เอา brush ลากปรื๊ดๆ ให้ได้แนวของเงาที่จะลงคร่าวๆ
2.) จากนั้นเอายางลบลบส่วนที่น่าจะเป็นส่วนสว่างของรอยยับออก(ก็คือไม่มีเงาตรงนั้นน่ะเอง)  ปรับ min size ของยางลบเอาตามสะดวก
3.) แล้วก็เอา water เกลี่ยๆนิดหน่อยไม่ให้แข็งไปค่ะ 

ขั้นตอนก็จะวนไปวนมาแบบที่ว่าจนได้ครบเลเยอร์ของเสื้อผ้าที่ทำไว้ตอนแรก  ตอนนี้ออกมาก็ได้เป็นอย่างนี้

 “....” 


อ่า...ภาพตรงนี้ไม่มี  นังเรนนี่ลืมแคปไว้ค่ะ  ซีดดดดด

  

 ข้ามไปสู่ขั้นตอนการลงสีผมเลยละกันเนาะ 

เราใช้มุกเดิม  คือเริ่มจากสร้างเลเยอร์ใหม่เหนือต่อเลเยอร์สีพื้นของผม แล้วเลือก layer clip จากนั้นก็จะเริ่มลงเงาผมกัน   

การลงเงาของผม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็มีเรื่องของทิศทางของเส้นผม แล้วก็เรื่องแสงนิดหน่อย


ดูจากผมยามะกันก่อนอีตาคนนี้หัวชี้ไปชี้มา  ก็เลยใช้บรัชที่ปรับหัวให้คมๆแล้วก็ min size 0% ตวัดๆเอาตามทิศทางของเส้นผมค่ะ


 

 เบ็ดเสร็จแล้วออกมาประมาณนี้


 
  แต่เราอยากเพิ่มลูกเล่นให้สีผม  แบบว่ามีไล่สีด้วย

ก็จัดการสร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาเหนือเลเยอร์เงาผม  ตั้งโหมดเป็น multiply แล้วคลิกที่ layer clip 

 

แล้วทีนี้ก็ใช้ brush หรือ water ก็ได้ เลือกสีมาปาดพรืดๆลงไปเลย  ส่วนยามะในภาพนี้ใช้ด้านบนๆเป็นสีฟ้าใสๆแล้วก็ด้านล่างของผมใช้สีเทาหม่นๆ 

 

เนื่องจากว่าโหมดของเลเยอร์นี้เป็น multiply เพราะงั้นก็จะเป็นการลงสีซ้ำกับเลเยอร์ข้างล่างให้สีเข้มขึ้น  ดังนั้นไม่ต้องเลือกใช้สีเข้มมากค่ะ เดี๋ยวจะมืดไปซะหมด  (สังเกตว่านังเรนนี่ยังคงใช้ selection ล้อมรอบบริเวณที่จะลงสี เพราะไม่ไว้ใจตัวเองว่าจะเพลินจนลากบรัชยาวไปโดนหัวตัวละครอื่นรึเปล่า..ฮา)

 หมายเหตุ – ถ้าอยากไล่สีของเสื้อผ้าหรือส่วนอื่นๆแบบนี้ด้วย ก็สามารถทำได้เช่นกัน  (แต่ในที่นี้ไม่ได้ทำเพราะขี้เกียจ...แฮ่ๆ) 

ผมของคนอื่นก็ใช้หลักแบบเดียวกันค่ะ  และแน่นอนว่า Eraser กับ Water ก็ยังคงเป็นมิตรแท้



 กับซือคุงก็เช่นกัน  ลงเงาเสร็จแล้วในเลเยอร์เงา  เราก็ไปไล่สีในอีกเลเยอร์ข้างบนที่เป็นโหมด multiply



  คุณแรมโบ้หัวยุกยุยก็ลงเงาโค้งๆให้รู้สึกว่ามันกลมๆๆ แบบบล็อกโคลี่ (ฮา)  อันนี้ใช้บรัชที่ตั้ง min size ไว้ใหญ่ๆหน่อย  แล้วก็ยางลบที่ density ไม่สูงมาก หัวทู่ๆ(min size ใหญ่)  แล้วก็ใช้  water เกลี่ยเอาค่ะ


 

ส่วนผมคุณฮิ ดูเป็นทรงแล้วก็ลากบรัชตามทิศทางผมได้ง่าย  ใช้วิธีเดิมค่ะ  บรัชปลายแหลม และยางลบ + water ช่วยท่านได้

 


ทำจนเสร็จแล้วเราก็ได้รูปนี้ออกมา


 

อา...เห็นฝั่งรำไรแล้ว.... อย่าลืมรวมเลเยอร์เท่าที่พอจะรวมได้  เครื่องไม่เหนื่อย  แล้วก็ไม่งงด้วย  (แต่ต้องระวังบางส่วนที่ยังคิดว่าอยากจะกลับมาแก้หรือไม่แน่ใจด้วยนะคะ  พลาดไปเดี๋ยวจะเสียดายแย่)  


 


หลังจากนั้นเป็นเรื่องของพวกอุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆและ accessories ของตัวละคร

 การลงสีเจ้าส่วนเหล่านี้ของเราไม่ค่อยมีหลักการแน่นอนค่ะ  ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าวัตถุนั้นเป็นอะไร  แต่โดยรวมแล้วก็เข้าอีหรอบเดิมคือ
                - ลงสีพื้น
                - สร้างเลเยอร์ใหม่ แล้วลงเงา  จากนั้นรวมเลเยอร์โลด
- ลงแสง เก็บรายละเอียด

 ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ  แต่ในพวกของประกอบฉากนังเรนนี่มักจะสร้างและรวมเลเยอร์บ่อย  ยกตัวอย่างด้วยภาพละกันเน้อ
ส่วนวิธีการลงสีก็ทำเหมือนกันที่ได้เล่ามาแล้วนั่นเอง  เพราะงั้นไม่พูดซ้ำเนอะ เดี๋ยวจะน่าเบื่อ ^_^~

 

 

   



สำหรับผ้าปูพื้นและฮิเบิร์ดก็ได้มาด้วยวิธีเดียวกันนี่เอง  ออกมาก็จะได้เป็นอย่างนี้



 

สังเกตว่ามีรองเท้าเพิ่มขึ้นมา เพราะระหว่างทำนึกขึ้นได้ว่าพวกนี้นั่งถอดรองเท้ากัน  แล้วรองเท้าหายไปไหนหมดล่ะเฮ้ย    ฮา  

 

พอลงสีเจ้าพวกนี้เสร็จแล้ว  ทีนี้จะมาลงแบ๊กกราวด์กันค่ะ


ตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรก  ว่าจะมีพื้นหญ้า ท้องฟ้า และต้นไม้ 


เราก็สร้างเลเยอร์ขึ้นมา โดยให้อยู่ล่างสุด  ใต้ต่อเสื้อผ้าหน้าผม นั่นโน่นนี่ที่เราลงไว้ก่อนหน้านี้(ส่วนเลเยอร์ที่กำหนดสีแบ๊กกราวด์ไว้คร่าวๆตอนแรก จะลบทิ้งเลยก็ได้ค่ะ ไม่ใช้แล้ว)  
แล้วจัดการลงสีพื้นซะ  เอาหญ้าก่อนละกัน


ในขั้นตอนนี้สามารถปาด brush หรือเทสีไปได้เลยตามชอบใจ  ไม่ต้องระวังเรื่องขอบจะเกิน เพราะเลเยอร์ข้างบนจะทับไว้อยู่


 

จากนั้นสร้างเลเยอร์ใหม่ทับขึ้นมา mode : normal ,  และเลือก layer clip แล้วใช้บรัชหัวทู่ๆ กับ waterแต้มสีเหลืองลงไป
จากนั้น Ctrl + E รวมเลเยอร์ไปเล้ย



ทีนี้ก็มาแต่งตรงยอดหญ้าโดยใช้ยางลบหัวแหลม

   
แล้วเราก็ไปลบเส้นในส่วนที่ติดมาออกไปได้เลย (ในเลเยอร์เส้นอันบนสุด)  ส่วนยอดหญ้าที่เหมือนจะคมไปก็ใช้ blur แต้มๆไม่ให้ทิ่มลูกตา  ฮา


 



จากนั้นมาต่อที่ท้องฟ้า

สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา  เอาไว้ใต้เลเยอร์พื้นหญ้าค่ะ  ต้นหญ้าที่เราทำไว้มันจะได้บังท้องฟ้า  เทสีฟ้าเลย ไม่ต้องห่วงเรื่องสีเกินเพราะจะโดนเลเยอร์บนๆทับหมดแล้ว

 

แล้วก็สร้างเลเยอร์ใหม่  เอาบรัชหัวทู่อันใหญ่ๆและ water ปาดสีขาวลงไป   ให้เป็นปุยเมฆสีขาวๆ  เสร็จแล้วก็ Ctrl + E รวมเลเยอร์เช่นเคย   ออกมาเป็นแบบนี้

 

ต่อไปเป็นต้นไม้  เนื่องจากต้นไม้ของเราจะอยู่หน้าสุด (ถ้าสมมติว่านี่เป็นภาพถ่ายนะคะ ต้นไม้ของเราจะอยู่ใกล้คนถ่ายมากที่สุด) ดังนั้นไปสร้างเลเยอร์ไว้บนสุดเลยค่ะ  เอาให้บังทุกสิ่ง (แต่อันนี้ยังอยู่ใต้เลเยอร์เส้นอยู่  ซึ่งจริงๆจะเอาไว้เหนือสุดก็ได้ แต่ตอนทำไม่ทันนึก) แล้วก็ลงสีพื้นของต้นไม้ลงไป

 

 หลังจากนั้นใช้วิธีเดิมนี่ล่ะค่ะลงเงา  แล้วก็จัดการลบเส้นที่วาดต้นไม้ไว้ทิ้งซะเพราะไม่ใช้แล้ว

 

เติมใบไม้ลงไป  เนื่องจากใบไม้อยู่ไกลๆและเป็นแค่ตัวประกอบ เลยไม่ได้ใส่รายละเอียดมาก  (ขี้เกียจก็สารภาพมา..ฮา) 


ใกล้ความจริงแล้วค่ะ  ใกล้แล้ว...อย่าเพิ่งถอดใจไป   ยังอยู่ด้วยกันใช่มั้ยคะ  แฮ่กๆๆ 

หลังจากนั้นจะเติมแสงวิ้งๆนิดหน่อยค่ะ  โดยสร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาบนสุดเลย (เหนือเส้นขึ้นไปอีก)  โหมดเป็น normal แล้วก็จัดการใช้บรัชไม่ต้องใหญ่มาก  จิ้มๆ สีเหลืองอ่อนเกือบๆจะขาวลงไปตามจุดต่างๆ  ใช้สีโทนเดียวกับผมแต่อ่อนจนเกือบขาวทำเงาสะท้อนตรงผมค่ะ



 


 อา...เห็นรูปนี้เลยนึกขึ้นได้ว่าลืมพูดถึงลงสีตา  ไม่มีอะไรค่ะ  ใช้วิธีเหมือนกันที่ทำๆมานั่นเอง(ซะงั้นล่ะ)  แต่ถ้าสนใจเดี๋ยวมาพูดถึงเฉพาะเรื่องตากันวันหลังก็ได้นิ  ^^ 


จะแต้มจุดสีขาวในบางตำแหน่งก็ได้  นึกถึงเวลาบรรยากาศสดใสๆที่จะมีหยดน้ำเล็กๆกระเด็น  สดชื่นดีไปอีกแบบ

 

เสร็จแล้วได้ออกมาเป็นแบบนี้....

 

เฮ
Export ภาพออกมาเป็นไฟล์ .psd ค่ะ เพื่อจะเอาไปปรับในช็อปต่อไป 


ผมก็ลองทำตามดูบ้าง ;w; 










การลง CG ทุกครั้งเราต้อง ลงสีพื้น เพื่อกันสีที่เราจะเก็บลายละเอียดไปปนกับที่อื่น ซึ่งพวกที่เทพๆเรื่อง CG จะไม่ลงสีฟื้นกัน เขาจะปาด 1 layer เลยน่ะครับ 






เสจสมบูรณ์ >w<